อ่างเก็บน้ำกะทูน

“สันเขื่อนกะทูน” สถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้

เฟซบุ๊กเพจ GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ได้โพสต์รูปและข้อความเมื่อวันที่ 4 พ.ค. ระบุว่า มองจากนอกโลก เลาะ “สันเขื่อนกะทูน” โดยให้ความรู้เกี่ยวกับ เขื่อนกะทูน ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้

“เขื่อนกะทูน” อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่นี่หลายคนตั้งสมญานามให้ว่า “สวิตเซอร์แลนด์แดนใต้” อันซีนแห่งเมืองคอน พร้อมภาพจากมุมมองจากอวกาศที่ไม่เหมือนใคร ตามพิกัด : 8°34’57.6″N 99°32’36.2″E

เขื่อนกะทูน หรือ อ่างเก็บน้ำกะทูน เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงเล็งเห็นถึงความทุกข์ยากของชาวบ้าน ที่ต้องประสบเหตุการณ์สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ไปกับอุทกภัยเมื่อปี 2531 จึงทรงมีพระราชดำริให้กรมชลประทาน สร้างอ่างเก็บน้ำขึ้นเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาภัยพิบัติจากธรรมชาติ บรรเทาอุทกภัยพื้นที่เพาะปลูกและบ้านเรือนราษฎร อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดขนาดใหญ่อีกด้วย

อ่างเก็บน้ำกะทูน

หน้าที่หลักๆ ของเขื่อนคือ ทำหน้าที่กักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภค บริโภค เพื่อการเกษตร การชลประทาน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ป้องกันน้ำท่วม ตลอดจนสามารถใช้เป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าได้ นอกจากนี้ ยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด ที่คนทั่วไปให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะช่วงวันหยุดจะมีนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ และจุดที่คนทั่วไปนิยมไปเช็คอิน แวะถ่ายรูปมากที่สุดคงหนีไม่พ้นบริเวณสันเขื่อน

“สันเขื่อน” คือ คันที่ใช้สำหรับกั้นน้ำ ซึ่งเกิดจากการก่อสร้างขึ้นให้มีความแข็งแรง เพื่อใช้ในการกักเก็บการเคลื่อนตัวของมวลน้ำ ซึ่งแต่ละพื้นที่ ก่อสร้างด้วยวัสดุที่แตกต่างกัน เช่น บางที่สร้างด้วยดินเหนียว บางที่หินทิ้งแกนดินเหนียว หรือบางที่ก็เป็นปูนหรือคอนกรีต

เขื่อนแห่งนี้เป็นเขื่อนดินที่มีพื้นที่มากกว่า 12,500 ไร่ สันเขื่อนที่นี่กว้างมาก เป็นถนนรถยนต์สามารถขับชมวิวได้ ที่สำคัญบรรยากาศดี วิวสวยมาก มองเห็นภูเขาเป็นแนวยาว เป็นแหล่งเช็คอินที่สำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราชอีกแห่งที่ไม่ควรพลาด แสงเมื่อส่องมาตกกระทบน้ำ จะทำให้เราสามารถถ่ายรูปได้สวยมาก

ช่วงเดือนกันยายน ในช่วงที่น้ำลดลงมากๆ ในบางปีเราสามารถมองเห็นหมู่บ้านเดิมที่อยู่ในเขื่อนได้เลย ซึ่งอดีตเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเมื่อประมาณ 30 กว่าปีก่อน รวมถึงวัดวาอารามที่มีสภาพเกือบสมบูรณ์ ก็โผล่ขึ้นมาเมื่อยามน้ำลด นักท่องเที่ยวจึงนิยมไปท่องเที่ยวและถ่ายรูปกันในช่วงเวลานี้นั่นเอง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ artphotoasia.net

 

Releated